การกำกับดูแลกิจการที่ดี 
1. นโยบายเกี่ยวกับการกํากับดูแลกิจการ

บริษัทตระหนักถึงความสําคัญของการกํากับดูแลกิจการที่ดีและมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะดําเนินธุรกิจตามแนวหลักการการกํากับดูแลกิจการที่ดีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกําหนด บริษัทมีความเชื่อมั่นในการดําเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส (Transparency) ความรับผิดชอบ (Accountability) และจรรยาบรรณ (Ethical Conduct) บริษัทฯ ให้ความสําคัญในการนําระบบ การควบคุมและการตรวจสอบภายในที่เข้มงวดมาใช้ นอกจากนี้ยังได้กําหนดนโยบาย การบริหารความเสี่ยงต่างๆโดยให้ความสําคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและมีจริยธรรมทางธุรกิจกับคู่ค้า ผู้ถือหุ้นและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

2. สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของสิทธิที่เท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกคน และถือว่าผู้ถือหุ้นทุกคน เป็นเจ้าของบริษัท ไม่ว่าจะมีสัดส่วนการถือครองหุ้นเท่าใดก็ตาม

บริษัทมีนโยบายในการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานต่อผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าโดยการรายงาน โดยตรงหรือผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือโดยการให้ข้อมูลทางเว็บไซต์ของบริษัทหลังจากที่ได้จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทจะส่งหนังสือเชิญประชุมถึงผู้ถือหุ้นทุกคนรวมทั้งวาระการประชุมและ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า 14 วัน โดยจะเชิญชวนให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการ ประชุมและจะบันทึกความเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้นไว้ในบันทึกการประชุมรวมทั้งให้มีการติดตามผลด้วย

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังมีสิทธิต่อไปนี้ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

  • การแต่งตั้งกรรมการที่ออกตามวาระและการกําหนดค่าตอบแทนกรรมการ
  • การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและการกําหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
  • การอนุมัติจ่ายเงินปันผล
3. สิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

โพลีเพล็กซ์ให้ความสําคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ได้แก่

  • พนักงาน : บริษัทเห็นว่าพนักงานของบริษัทเป็นทรัพย์สินที่ทรงคุณค่าขององค์กร มีความสําคัญยิ่งต่อความสําเร็จและการเติบโตขององค์กร บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบรรยากาศการทํางานที่มีคุณภาพ โดยเน้นเป็นพิเศษในเรื่องความปลอดภัย และผลตอบแทนที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งนี้ นอกเหนือจาก การให้เงินเดือนตามปกติ เงินโบนัสที่อิงผลการปฏิบัติงาน การสมทบเงินทุนสํารองเลี้ยงชีพ และเงินประกัน สังคม บริษัทยังจัดให้มีผลประโยชน์อื่นๆอีกแก่พนักงาน เช่น ค่าทํางานล่วงเวลา ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ การประกันสุขภาพ การประกันชีวิต เป็นต้น
  • คู่ค้า : โพลีเพล็กซ์มีนโยบายในการสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อ ผลประโยชน์ร่วมกันตาม แนวทางจริยธรรมทางธุรกิจ อีกทั้ง บริษัทให้ความสําคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวกับพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารซึ่งสนับสนุนด้านธุรกิจการค่าระหว่างประเทศ (Trade Finance) และเงินกู้สําหรับโครงการต่างๆ หรือ เครือข่ายตัวแทนหรือผู้จัดจําหน่ายที่เข้มแข็งในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ซึ่งช่วยในการ พัฒนาตลาดและทําให้การดําเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปด้วยความราบรื่น
  • คู่แข่ง : โพลีเพล็กซ์จะดําเนินธุรกิจตามกรอบแห่งการแข่งขันที่เป็นธรรม และจะพยายามพัฒนาตลาดให้ เติบโตเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรม
  • เจ้าหนี้ : บริษัทจะปฏิบัติตามเงื่อนไขเงินกู้และให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความ คืบหน้าในการดําเนินงาน แก่เจ้าหนี้ตามที่ร้องขอ เพื่อให้การดําเนิน ธุรกิจเป็นไปโดยราบรื่น
  • ลูกค้า : โพลีเพล็กซ์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความพอใจแก่ลูกค้าโดยการรักษาความแน่นอนของคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของฐานลูกค้าใน ตลาดโลก
  • ผู้ถือหุ้น : โพลีเพล็กซ์มีความมุ่งมั่นที่จะดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและ มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งที่จะเพิ่ม มูลค้าผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และยังมีการประเมินการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ อย่างรัดกุมเพื่อให้มั่นใจ ว่าโครงการจะให้ผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มคุณค่าต่อผู้ถือหุ้น
  • ชุมชน/สังคม : โพลีเพล็กซ์ตระหนักดีและใส่ใจในความปลอดภัยของสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพ ชีวิตของประชาชน โดยได้เน้นการร่วมทํากิจกรรมต่างๆของชุมชนและสังคม รวมทั้งการปฏิบัติตาม กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทได้จัดกิจกรรมเป็นระยะ ๆ สําหรับการบริจาคโลหิต และยังสนับสนุนให้พนักงานทุกคนเข้าร่วมในการบริจาคโลหิต นอกจากนี้บริษัทยังบริจาคเงินเป็นครั้ง คราวเพื่อร่วมสมทบทุนแก่องค์กรที่มีส่วนร่วมในการบริการชุมชนต่าง ๆ
4. การประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทจะจัดการประชุมโดยปฏิบัติต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนอย่างเท่าเทียมกันและให้เป็นไปตามขั้นตอน ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นับแต่การออกหนังสือเชิญประชุม การออกใบมอบฉันทะสําหรับผู้ที่ไม่สามารถ เข้าร่วมประชุมได้ การแจกเอกสารประกอบ การประชุมไปจนถึงการแจ้งวาระการประชุมให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ และจะกําหนดสถานที่ และวันเวลาการประชุมที่เหมาะสมมี ระยะเวลาในการประชุมที่เพียงพอให้ผู้ถือหุ้นได้ ซักถาม เกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจและได้แสดง ความคิดเห็น

5. ภาวะผู้นําและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ในการทบทวนแผนงาน วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และนโยบายหลัก โดยมี การจัดสรร งบประมาณให้แก่หน่วยงานต่างๆ และมีการนําระบบ Key Result Areas (KRAs) มาใช้กับทุกหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และลําดับความสําคัญ ในองค์กร คณะกรรมการจะมีบทบาทสําคัญในการ ทบทวน ผลการปฏิบัติงานตามจริง เปรียบเทียบกับงบประมาณ

6. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัท มีนโยบายในการให้ผู้บริหารทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดําเนินงานทุกด้าน โดยตั้ง อยู่บนพื้นฐานแห่งผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท บุคลากรทุกคน มีหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงการทํารายการและ หรือธุรกรรมอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสีย ทางการเงินแก่บริษัทและผลประโยชน์ส่วนตัวในรูปของเงินคณะกรรมการตรวจสอบได้รับ มอบหมายให้ติดตามและสอบทานระบบ การควบคุมและการตรวจสอบภายใน ให้มี ประสิทธิภาพรวมทั้งให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ของ ตลาดหลักทรัพย์ และกลต.

7. จริยธรรมธุรกิจ

โพลีเพล็กซ์ได้กําหนดจรรยาบรรณให้พนักงานทุกคน โดยเน้นการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ความซื่อสัตย์และ ความรับผิดชอบ และส่งเสริมให้พนักงานมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และหน่วยงานภายนอกทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมบรรษัทภิบาลที่ดีและความรับผิดชอบ ต่อสังคม

8. นโยบายการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริต

บริษัทยึดมั่นในมาตรฐานขั้นสูงสุดตามหลักจรรยาบรรณ ศีลธรรม และกฎหมายของการดําเนินธุรกิจ ในการ รักษามาตรฐานเหล่านี้ คณะกรรมการบริษัทได้กําหนดนโยบายการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งส่งเสริมให้พนักงานที่มีความกังวลเกี่ยวกับการกระทําที่ต้องสงสัยว่ามิชอบแสดง ความกังวลได้โดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกลงโทษหรือได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม นโยบายนี้มุ่ง เปิดช่องทางให้พนักงานที่พบเห็นการกระทําที่ผิดหลักจรรยาบรรณ (ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝ่นกฎหมายหรือไม่ ก็ตาม) นําเรื่องสู่คณะกรรมการพิจารณาการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 4 คนซึ่งเป็นผู้บริหารหัวหน้าสายงานหลักขององค์กรและจะเป็นผู้รายงานเรื่องร้องเรียนและเบาะแสที่ได้รับ ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

9. การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการ 8 ท่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

สถานะ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการตรวจสอบ
กรรมการผู้แทนผู้ถือหุ้น 1 3 -
กรรมการอิสระ - 1 3
10. การรวมหรือแยกอํานาจหน้าที่

ประธานคณะกรรมการบริษัท เป็นกรรมการอิสระและเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ด้วย กรรมการ อิสระมีจํานวนคิดเป็นร้อยละ 50 ของจํานวนกรรมการทั้งหมด ดังนั้นจากองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังกล่าวนี้ ทําให้มั่นใจได้ว่าจะมีการติดตามการบริหารงานอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิผล ส่วนกรรมการ ผู้จัดการทําหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับผิดชอบดูแลการปฏิบัติงานและมีอํานาจตามที่กําหนด โดยการตัดสินใจสําคัญในบางเรื่องจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

11. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้รับการเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อ พิจารณาและอนุมัติ ส่วนค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการจะกําหนดโดยคณะกรรมการบริษัทในการ ปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ค่าตอบแทนฝ่ายจัดการสามารถ มีการทบทวนได้โดยผู้ ถือหุ้นซึ่งอาจกําหนดนโยบายและแนวทางที่เหมาะสมเพื่อการนี้

12. การประชุมคณะกรรมการ

คณะกรรมการมีการประชุมตามปกติอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนผลการปฏิบัติงาน ผลงานด้าน การเงินรายไตรมาส และเรื่องอื่น ๆ สําหรับปี 2559 – 2560 มีการประชุมคณะกรรมการบริษัททั้งหมด 4 ครั้ง กรรมการที่เข้าร่วมประชุมมีดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตําแหน่ง จํานวนครั้งที่เข้าประชุม
นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ 4/4
ดร.วีรพงษ์ รามางกูร กรรมการและกรรมการตรวจสอบ 4/4
นายซีราช อีรัช ปุณวาลา กรรมการและกรรมการตรวจสอบ 4/4
นายซันจีฟ ซาราฟ รองประธานกรรมการ 0/4
นายอมิต ปรากาซ กรรมการผู้จัดการ 4/4
นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ กรรมการ 4/4
นายปราเนย์ โกธารี กรรมการ 3/4
นายมานิตย์ กุปต้า กรรมการ 3/4
13. คณะอนุกรรมการ

คณะกรรมการได้นําเสนอและที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย กรรมการอิสระ 3 ท่าน กรรมการตรวจสอบมีคุณสมบัติตามกฎเกณฑ์ที่ กําหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย ผู้ถือหุ้นได้กําหนดอํานาจและขอบเขต การดําเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบไว้อย่าง ชัดเจน ได้แก่ การสอบทานระบบ การควบคุมภายใน รายงานทางการเงิน รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการ ที่ก่อให้เกิด ความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ คณะกรรมการตรวจสอบมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละ 2 ปี และเลือกคณะกรรมการใหม่ทุก 2 ปี

14. ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัททําหน้าที่ควบคุมการดําเนินงานโดยการกําหนดงบประมาณและ เป้าหมายการดําเนิน งานประจําปี รวมทั้งมีการทบทวนสิ่งที่ได้ดําเนินการ แล้วเป็นระยะๆ โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบทําหน้าที่ ดูแลการควบคุมและการตรวจสอบภายใน และเสนอ แนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข

15. รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท ทั้งนี้จะมีการให้ความเห็นเกี่ยวกับ ผลการดําเนิน งานทางการเงินเพื่อจัดพิมพ์เป็นสืวนหนึ่งของรายงานประจําปี

16. ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน

บริษัทให้ความสําคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนโดยมีการ จัดประชุมกับนักวิเคราะห์และนักลงทุนเป็นบางครั้งคราว รวมทั้งเข้าร่วม โครงการบริษัทจดทะเบียนพบ ผู้ลงทุน (SET Opportunity Day) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและ ผลการดําเนินงานของบริษัทแก่นักลงทุนและนัก วิเคราะห์ นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีการเยี่ยมชมโรงงานสําหรับผู้ถือหุ้นนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่สนใจ ในด้านนักลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้พัฒนาส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ขึ้นมาในเว็บไซต์ของบริษัทนักลงทุน/ นักวิเคราะห์ ยังสามารถลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัวสําหรับการติดต่อทางอีเมล์ (E-mail ID) และรับข่าวสาร จากนักลงทุนสัมพันธ์ (IR alert) ทุกครั้งที่มีข้อมูลข่าวสารล่าสุดทางเว็บไซต์ของบริษัท อีกทั้งติดต่อสอบถาม ข้อมูลต่างๆจากบริษัทได้ที่โทรศัพท์หมายเลข +66 26652706-8

มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้บริหาร
บริษัทฯตระหนักถึงความจําเป็นในการกํากับดูแลการใช้ข้อมูลภายในโดยกรรมการและผู้บริหาร ของบริษัทฯเพื่อ ประโยชน์ส่วนตน กรรมการและผู้บริหารที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในของบริษัท จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทําการ ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลาหนึ่งตามที่กําหนดก่อน ที่บริษัทจะประกาศผลการดําเนินงาน